แชมป์ราชดำเนิน

รุ่นมินิฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เพชร เอกบางไทร
  1. สรรชัย ศิษย์สารวัตรจี
  2. บางพลีน้อย 96ปีนัง
  3. สะท้านเมืองเล็ก วินดี้สปอร์ตยิม
  4. ยอดมนุษย์ เพชรโพธิ์ทอง
  5. พิชิตชัย อบต.กำพี้
  6. นิคมเล็ก ต.ท่าวัด
  7. พันธุ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์
  8. น้องโดม จ่ายุทธกองสืบ
  9. จ้าวผาหิน ศิษย์อิติสุคโต
  10. เดี่ยว บางใหญ่เอ๊กซ์เพรส
รุ่นไลต์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 108 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   แสงมณี ส.เทียนโพธิ์
  1. กุศกรน้อย ส.จุลเสน
  2. เริงศักดิ์ ศิษย์นิวัฒน์
  3. เด็ดขาด ป.พงษ์สว่าง
  4. เอกเพชร ม.กรุงเทพธนบุรี
  5. เพชรเอก ส.มีอนันต์
  6. จูมง เอกบางไทร
  7. วันชัย แรมโบ้อีสาน
  8. จูล่ง เอกบางไทร
  9. ฟิล์มเงิน ป.อภิสิทธิ์
  10. สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง

รุ่นฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 112 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   พระจันทร์ฉาย ป.เพชรน้ำทอง
  1. แสงดาว ส.กิตติชัย
  2. เดอะเล็ก ว.สังข์ประไพ
  3. เด่นสยาม อ.สกาวรัตน์
  4. ซุปเปอร์เล็ก ว.สังข์ประไพ
  5. รุ่งศักดิ์ ภารสมบูรณ์
  6. กานต์ ก.กัมปนาท
  7. เมธี เกียรติประทุม
  8. จอมเพชร ชูวัฒนะ
  9. ขวานเพชร ส.สุวรรณภักดี
  10. สายลมน้อย ทีเด็ด99
รุ่นซูปเปอร์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 115 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. วันฉลอง ศิษย์ซ้อน้อง
  2. ดัง ส.เพลินจิต
  3. หนึ่งเทพ อีมิเน้นท์แอร์
  4. ลำน้ำพอง ป.ทศพร
  5. เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง
  6. หงษ์ทองเล็ก ช.ฟ้าเปลี่ยนสี
  7. แสงมรกต ตะวัน
  8. โชคนำชัย ศิษย์จ่ากุ้ง
  9. พลกฤต ก.กัมปนาท
  10. เพชรมรกต ว.สังข์ประไพ

รุ่นแบนตั้นเวต น้ำหนักไม่เกิน 118 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   สิงห์ดำ ว.รุ่งนิรันดร์
  1. นิววังจั่น ปกรณ์พรสุรินทร์
  2. เก้าแต้ม ลูกพระบาท
  3. เพชรสีนิล พยัคฆ์สุพรรณ
  4. มานะศักดิ์ ปิ่นสินชัย
  5. ขุนศึกเล็ก อ.ขวัญเมือง
  6. มงคลชัย สกินเดียวยิม
  7. ศักดิ์มงคล 96ปีนัง
  8. ณัฏฐ์ชัย พราน26
  9. รัฐเขต ทีเด็ด99
  10. จตุจักร ศักดิ์หอมศีล
รุ่นซูปเปอร์แบนตั้มเวต น้ำหนักไม่เกิน122 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ไข่มุกดำ เอกบางไทร
  1. เพชรพนมรุ้ง ว.สังข์ประไพ
  2. ทอง ปุ๋ยดีนายดี
  3. ติ่งทอง ช.โค้วยู่ฮะอีซูซุ
  4. ยอดขุนพล ศิษย์มนต์ชัย
  5. เมธาวิน เกียรติยงยุทธ
  6. ลูกนิมิต สิงห์คลองสี่
  7. ใจสู้ ท.เทพสุทิน
  8. ซุปเปอร์แบงค์ ม.รัตนบัณฑิต
  9. คูมิตะกะ ญี่ปุ่น
  10. ยอดทองไท ป.เตละกุล

รุ่นเฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 126 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ศิริมงคล พี.เค.มวยไทย
  1. นาคา แก้วสัมฤทธิ์
  2. เสกสรร อ.ขวัญเมือง
  3. เป็นเอก ศิษย์หนุ่มน้อย
  4. ยุทธชัย เกียรติภัทรพรรณ
  5. สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล
  6. ยอดวิชา ภ.บุญสิทธิ์
  7. สวยงาม(เลิศเพชร) พุ่มพันธุ์ม่วง
  8. ขวัญข้าว ช.ราชพัสดุอีสาน
  9. รุ่งรัตน์ ต.พิทักษ์กลการ
  10. สองคม ศรีสุริยันต์โยธิน
รุ่นซูปเปอร์เฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. ปกรณ์ ศักดิ์โยธิน
  2. แสนชัย ซินบีมวยไทย
  3. มงคลชัย เพชรสุภาพรรณ
  4. ก้องศักดิ์ ศิษย์บุญมี
  5. ไข่มุกขาว วัชรชัยยิม
  6. เอกฤทธิ์ ม.กรุงเทพธนบุรี
  7. เพชรเอก เกียรติยงยุทธ
  8. แสนเก่ง จ.นพรัตน์
  9. เกียรติเพชร สวนอาหารปีกไม้
  10. เอฟ16 ราชานนท์

รุ่นไลต์เวต น้ำหนักไม่เกิน 135 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. สิงห์ดำ เกียรติหมู่9
  2. น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว
  3. เกรียงไกร ต.ศิลาชัย
  4. จอมทอง ชูวัฒนะ
  5. อรัญชัย พราน26
  6. สะเก็ดดาว เพชรพญาไท
  7. วันเฉลิม อู๊ดดอนเมือง
  8. วัชรชัย ราชานนท์
  9. ปานเพชร ช.ณ พัทลุง
  10. คมเพชรเล็ก ลูกพระบาท
รุ่นซูปเปอร์ไลต์เวต น้ำหนักไม่เกิน 140 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ฮิโรกิ อิชิ
  1. แก่นฝาง ป.ปวงชน
  2. ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง
  3. ฟ้ามงคล ก.ไชยพยอม
  4. สี่มนุษย์ ส.สริญญา
  5. สิงห์มณี ส.ศรีสมพงษ์
  6. พลายน้อย ป.เปาอินทร์
  7. วัชระเล็ก อ.ขวัญเมือง
  8. แหลมทอง ต.พรชัย
  9. แสงมรกต ชูวัฒนะ
  10. โชค อีมิเน้นท์แอร์

รุ่นเวลเตอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 147 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   นำพล พี.เค.สเตอริโอ
  1. เดชฤทธิ์ ภพธีรธรรม
  2. สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง
  3. อิกคิวซัง ก.รุ่งธนเกียรติ
  4. เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง
  5. ศักดิ์สงคราม ภพธีระธรรม
  6. ศิริมงคล ศิษย์อานุภาพ
  7. เอกประชา มีนะโยธิน
  8. ซุปเปอร์บอน ลูกเจ้าแม่สายวารี
  9. ช้างเผือก ศิษย์เติมทรัพย์
  10. ศักดิ์สุรินทร์ เกียรติยงยุทธ
รุ่นซูปเปอร์เวลเตอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 154 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   คนองศึก ชูวัฒนะ
  1. เดินชนเล็ก ส.ส.นิยม
  2. ประกายแสง ไก่ย่างห้าดาวยิม
  3. คฑาเพชร ร.เพชรโพธิ์ทอง
  4. เพชรปราการ ก.ร่มศรีทอง
  5. โซซี่ อินแกรมยิม
  6. เปียทอง ศักดิ์อำนวย
  7. เดชฤทธิ์ ศ.จารุวรรณ
  8. โคซูมัง เกียรติ ธ.บ.อุบล
  9. โทมัส ศ.ชัยเจริญ(อังกฤษ)
  10. ฉลาม ส.ธนะภิญโญ
By game010

แชมป์ลุมพินี

รุ่นมินิฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   แสงมณี (ศิษย์กันชัย)ส.เทียนโพธิ์
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2555 ชนะคะแนน เพชร ลูกมะขามหวาน(6) ลพน.
ครบวาระป้องกันแชมป์:
  1. สามดี เพชรยินดีอคาเดมี่
  2. จูมง เอกบางไทร
  3. บางพลีน้อย 96ปีนัง
  4. พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์
  5. เพชร ลูกมะขามหวาน
  6. นิวเพชรดำ เอ็กซิดิคอลยิม
  7. รุ่งเรืองศักดิ์ ลูกร่มเกล้า
  8. จูล่ง เอกบางไทร
  9. พลอยวิทยา เพชรสี่หมื่น
  10. นิวลูกรัก เอ็กซิดิคอลยิม
รุ่นไลต์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 108 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   วันชัย (ส.กิตติศักดิ์)แรมโบ้อีสาน
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2555 ชนะคะแนน สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง(1) ลพน.
  1. กุศกรน้อย ส.จุลเสน
  2. วันชนะ อ.บุญช่วย
  3. สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง
  4. โชคดี ป.เตละกุล
  5. พลังพล วัชรชัยยิม
  6. สรรชัย ต.หลักสอง
  7. พิชิตชัย อบต.กำพี้
  8. นิคมเล็ก ต.ท่าวัด
  9. แสงทอง ส.สุรเดช
  10. เด็ดขาด ป.พงษ์สว่าง

รุ่นฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 112 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เป็นไท สิงห์ป่าตอง
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555 ชนะน็อกยก2 มนต์ดำ ศ.วีรพะล(3) ลพน.
  1. เมืองไทย ส.บุญเยี่ยม
  2. พระจันทร์ฉาย ป.เพชรน้ำทอง
  3. คฑาเพชร ส.สุรเดช
  4. ซุปเปอร์เล็ก ว.สังข์ประไพ
  5. เก่งสยาม น.ศรีผึ้ง
  6. กานต์ ก.กัมปนาท
  7. เดอะเล็ก ว.สังข์ประไพ
  8. เพชรชาติชาย ชาวไร่อ้อย
  9. แสงดาว ส.กิตติชัย
  10. นกกระจิ๊บ ศิษย์คุณเสาปูน
รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 115 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   วันฉลอง ศิษย์ซ้อน้อง
ครองตำแหน่ง:   วันอังคารที่ 6 กันยายน 2554 ชนะคะแนน โชคปรีชา ก.สกุลเชื้อ(แชมเปี้ยน) ลพน.
  1. หงส์ทองเล็ก ช.ฟ้าสีทอง
  2. มนต์ดำ ศ.วีระพล
  3. สองคม ศักดิ์หอมศีล
  4. หนึ่งเทพ อีมิเน้นท์แอร์
  5. รุ่งอุบล อีมิเน้นท์แอร์
  6. ลำน้ำมูล ศักดิ์ชัยโชติ
  7. ลำน้ำพอง ป.ทศพร
  8. แสงมรกต ตะวัน
  9. ลมทะเล ศิษย์ซ้ออึ่ง
  10. โชคนำชัย ศิษย์จ่ากุ้ง

รุ่นแบนตั้มเวต น้ำหนักไม่เกิน118 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เพชรมรกต ทีเด็ด99
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2555 ชนะคะแนน ณัฏฐ์ชัย พราน26(1) ลพน.
  1. น้องเบียร์ โชคงามวงศ์
  2. รัฐเขต ทีเด็ด99
  3. แอ๊ดดำ ทีเด็ด99
  4. มานะศักดิ์ ปิ่นสินชัย
  5. ทวน ก.กัมปนาท
  6. พรมงคล เค.ที.ยิม
  7. เพชรสีนิล พยัคฆ์สุพรรณ
  8. สะท้านฟ้า อีมิเน้นท์แอร์
  9. ฝนหลวง ศิษย์บุญมี
  10. นิลสยาม ช.โค้วยู่ฮะอีซูซุ
รุ่นซูเปอร์แบนตั้นเวต น้ำหนักไม่เกิน 122 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ทอง ปุ๋ยดีนายดี
ครองตำแหน่ง:   วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555 ชนะคะแนน เพชรพนมรุ้ง ว.สังข์ประไพ(6) ลพน.
  1. เพชรพนมรุ้ง ว.สังข์ประไพ
  2. ยอดขุนพล ศิษย์มนต์ชัย
  3. เอกมงคล ไก่ย่างห้าดาวยิม
  4. ยอดทองไท ป.เตละกุล
  5. ติ่งทอง ช.โค้วยู่ฮะอีซูซุ
  6. เดชศักดา ว.สังข์ประไพ
  7. เมธาวิน เกียรติยงยุทธ
  8. ฤทธิเดช ว.วรรณทวี
  9. พลังทิพย์ น.ศรีผึ้ง
  10. นิววังจั่น ปกรณ์พรสุรินทร์

รุ่นเฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 126 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เป็นเอก ศิษย์หนุ่มน้อย
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2555 ชนะคะแนน สามเอ ไก่ย่าง5ดาวยิม(2) ลพน.
  1. เสกสรร อ.ขวัญเมือง
  2. ไข่มุกขาว วัชรชัยยิม
  3. หยกวิทยา เพชรสี่หมื่น
  4. สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล
  5. เพชรเอก เกียรติยงยุทธ
  6. ศิริมงคล พี.เค.มวยไทย
  7. สามเอ ไก่ย่าง5ดาวยิม
  8. สวยงาม(เลิศเพชร) เพชรสมนึก
  9. ฟ้าสั่ง ส.โชคกิจชัย
  10. พรสวรรค์ ลูกพระบาท
รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. แสนชัย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม
  2. ก้องศักดิ์ ศิษย์บุญมี
  3. มงคลชัย เพชรสุภาพรรณ
  4. ปกรณ์ บ้านพี่อุ้มเรือนพี่ต๋อง
  5. ยอดวิชา ภ.บุญสิทธิ์
  6. ธงชัย ศิษย์ธงศักดิ์
  7. วันเฉลิม ช.ชื่นกมล
  8. จอมทอง ชูวัฒนะ
  9. จิ้งหรีดทอง ซีทรานเฟอร์รี่
  10. ณัฐพล เกียรติอาวรณ์

รุ่นไลต์เวต น้ำหนักไม่เกิน 135 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   สิงห์ดำ เกียรติหมู่ 9
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2555 ชนะคะแนน วันเฉลิม อู๊ดดอนเมือง(2) ลพน.
  1. ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง
  2. สะเก็ดดาว เพชรพญาไท
  3. น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาวยิม
  4. แสนสะท้าน ส.สุรเดช
  5. เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป
  6. วันเฉลิม อู๊ดดอนเมือง
  7. สิทธิศักดิ์ เพชรพญาไท
  8. พลายน้อย ป.เปาอินทร์
  9. วัชรชัย ราชานนท์
  10. อรัญชัย พราน26
รุ่นซูเปอร์ไลต์เวต น้ำหนักไม่เกิน 140 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ดาเมี่ยน ควายทองยิม
ครองตำแหน่ง:   วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ชนะคะแนน ก้องฟ้า อู๊ดดอนเมือง(แชมป์) ลพน.
  1. ฟ้ามงคล เพชรสุภาพรรณ
  2. แหลมทอง ต.พรชัย
  3. สี่มนุษย์ ส.สริญญา
  4. สิงห์มณี แก้วสัมฤทธิ์
  5. วัชระเล็ก อ.ขวัญเมือง
  6. ศักดิ์สงคราม ภพธีรธรรม
  7. แก้ว แฟร์เท็กซ์
  8. คมเพชรเล็ก ลูกพระบาท
  9. ธนะชัย ช.ประดิษฐ์
  10. เจนรบ ศักดิ์หอมศีล

รุ่นเวลเตอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 147 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เอกประชา มีนะโยธิน
ครองตำแหน่ง:   วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ชนะคะแนน ประกายแสง ไก่ย่างห้าดาวยิม สยามอ้อมน้อย
  1. ประกายแสง ไก่ย่างห้าดาวยิม
  2. เดชฤทธิ ศิษย์อาจารย์เช้า
  3. เข้ม แฟร์เท็กซ์
  4. โชค อีมิเน้นท์แอร์
  5. ดาวประกาย อ.ขวัญเมือง
  6. ช้างเผือก ศิษย์เติมทรัพย์
  7. พลังชล พุ่มพันธุ์ม่วง
  8. สะท้านภพ ศิษย์อานุภาพ
  9. สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง
  10. พลังหนุ่ม ภูเก็ตแอร์พอร์ต
รุ่นซุเปอร์เวลเตอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 154 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. พนม ท็อปคิงส์บ๊อกซิ่ง
  2. ศิริมงคล ศิษย์อานุภาพ
  3. คนองศึก ชูวัฒนะ
  4. เดินชนเล็ก ส.ส.นิยม
  5. เพชรมั่นคง ไก่ย่างห้าดาวยิม
  6. สุริยา ปราสาทหินพิมาย
  7. ดีเซลเล็ก ท็อปคิงส์บ๊อกซิ่งยิม
  8. ออมสินเล็ก ศิษย์เจ๊กานต์
  9. โมเสส ท.แสงเทียนน้อย
  10. ชนะชัย แก้วสัมฤทธิ์
By game010

แชมป์มวย 7 สี

อันดับนักมวยสนามมวยโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7 ประจำเดือน 14 พฤษภาคม 2555 – 21 กรกฎาคม 2555
จัดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2555
รุ่นพินเวท 7 สี น้ำหนักไม่เกิน 102 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เสือเล็ก เกียรติเจริญชัย
  1. วรวุฒิ เอ็ม.ยุ.เด็น
  2. หาญ ส.ศักรินทร์
  3. เพชรน้ำหนึ่ง อ.วิริยะพงษ์
  4. ขุนพันธ์ เกียรติเจริญชัย
  5. สิทธิศักดิ์ ช.จันมณี
  6. เพชรมหาชน เพชรประชา
  7. เทพพิทักษ์ ตะวันแดงขอนแก่น
  8. เปรี้ยวปาก เกียรติวินัย
  9. เพชรทองไท เพชรเมืองตราด
  10. เพชรราชัน เพชรนพเก้า
รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   จรวดทอง ส.สริญญา
  1. ยุทธศักดิ์ ศักดิ์บุรีรัมย์
  2. บางพลีน้อย 96ปีนัง
  3. สามดี เพชรยินดีอะคาเดมี่
  4. มงคลเดชเล็ก ว.ปัญญาไวย์
  5. น้องโดม จ่ายุทธกองสืบ
  6. อนุวัฒน์ ศิษย์ฮอม
  7. รุ่งเรืองศักดิ์ ลูกร่มเกล้า
  8. เดี่ยว ส.สุรเดช
  9. เพชรดำ เพชรนพเก้า
  10. ดอกไม้แดง อ.จิรวรรณ

รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนักไม่เกิน 108 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เป็นไท สิงห์ป๋าตอง
ครองตำแหน่ง:   วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 ชนะคะแนน เก่งกล้า ส.โชคกิจชัย(แชมป์) ช่อง7สี
  1. สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง
  2. จูล่ง เอกบางไทร
  3. เจมศักดิ์ ศักดิ์บุรีรัมย์
  4. ฉมวกเพชร ช.เกษมวิลาศ
  5. วันชนะ อ.บุญช่วย
  6. ฉมวกเพชร ช.เกษมวิลาศ
  7. โยธิน สะแกทองรีสอร์ท
  8. ดีไซด์ ราชานนท์
  9. นำชัย ศิษย์รุ่งอนันต์
  10. นิคมเล็ก ต.ท่าวัด
รุ่นฟลายเวท น้ำหนักไม่เกิน 112 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. เพชรกะรัต จิตรเมืองนนท์
  2. คฑาเพชร ส.สุรเดช
  3. เก่งกาจ ส.โชคกิจชัย
  4. ประกายเพชร เจ.เอส.ที
  5. ซุปเปอร์เล็ก ว.สังข์ประไพ
  6. เก่งกล้า ส.โชคกิจชัย
  7. สายลมน้อย ทีเด็ด99
  8. เสือคิม ศิษย์เจ๊แต๋ว
  9. กานต์ ก.กัมปนาท
  10. ฉลามขาว เกียรติเฉลิมภพ

รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท น้ำหนักไม่เกิน 115 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   มงคลชัย ควายทองยิม
  1. รุ่งอุบล อีมิเน้นท์แอร์
  2. แอ๊ดดำ ทีเด็ด99
  3. วันฉลอง ศิษย์ซ้อน้อง
  4. เฉียบคม ศิษย์จ่ากัน
  5. เมืองไทย ส.บุญเยี่ยม
  6. หนึ่งเทพ อิมิเน้นท์แอร์
  7. พงษ์เพชร สมพงษ์มาบตาพุด
  8. ลมทะเล ศิษย์ซ้ออึ่ง
  9. พลกฤต ช.ชื่นกมล
  10. ตลาดแขก ศักดิ์สัมฤทธิ์
รุ่นแบนตั้มเวต น้ำหนักไม่เกิน 118 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   สะท้านฟ้า อีมิเน้นท์แอร์
  1. รัฐเขต ทีเด็ด99
  2. เก้าแต้ม ลูกพระบาท
  3. เพชรมรกต ทีเด็ด99
  4. ทวน ก.กัมปนาท
  5. เพชรสีนิล พยัคฆ์สุพรรณ
  6. เดชกมล หิมาลัยยิม
  7. แสนเก่ง กีล่าสปอร์ต
  8. โชคปรีชา ก.สกุลเชื้อ
  9. เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง
  10. ขุนศึกเล็ก อ.ขวัญเมือง

รุ่นซุปเปอร์แบนตั้มเวต น้ำหนักไม่เกิน 122 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ใจสู้ ท.เทพสุทิน
  1. พรสวรรค์ ลูกพระบาท
  2. ตะเภาทอง อีมิเน้นท์แอร์
  3. ลูกแมน ฝนจางชลบุรี
  4. สตาร์บอย ไอเสือดาว
  5. รักเกียรติ เกียรติประภัสร์
  6. ฤทธิเดช ว.วรรณทวี
  7. ฟ้ามงคล ส.จ.หลายปราจีน
  8. เสมาเพชร ส.เชาวลิต
  9. พิชิตชัย ร.ร.กีฬาโคราช
  10. ซีอุย ส.สุนันทชัย
รุ่นเฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 126 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   รุ่งราวี ศศิประภายิม
  1. โพธิ์แก้ว ฝนจางชลบุรี
  2. เสกสรร อ.ขวัญเมือง
  3. ศิริมงคล พี.เค.มวยไทย
  4. เพชรทวีศักดิ์ ว.รุ่งนิรันดร์
  5. มนต์ขาว ช.จันมณี
  6. ยิ้มสยาม อู๊ดดอนเมือง
  7. นวพล ศิษย์ผู้พันตู่
  8. กรังด์ปรีซ์น้อย พิทักษ์ป่าผาแดง
  9. รุ่งเพชร ว.รุ่งนิรันดร์
  10. สวยงาม พุ่มพันธุ์ม่วง

รุ่นซุเปอร์เฟเธอร์เวท น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   เป็นเอก ศิษย์หนุ่มน้อย
  1. สิงห์ดำ เกียรติหมู่9
  2. วันเฉลิม ช.ชื่นกมล
  3. สิงห์พยัคฆ์ ม.ราชภัฏจอมบึง
  4. ต่วนเป๋ เกียรติคมสิงห์
  5. ธงชัย ศิษย์ธงศักดิ์
  6. ขุมทรัพย์ สุวิทย์ยิม
  7. แสงหิรัญ ลูกบ้านใหญ่
  8. จอมทอง ชูวัฒนะ
  9. เดอะสตาร์ ไอเสือดาว
  10. กางเขนเหล็ก ส.ตะวันรุ่ง
รุ่นซุเปอร์ไลท์เวต น้ำหนักไม่เกิน 140 ปอนด์
แชมป์เปี้ยน:   ว่าง
  1. น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาวยิม
  2. วันเฉลิม อู๊ดดอนเมือง
  3. เอฟ16 ราชานนท์
  4. สะเก็ดดาว เพชรพญาไท
  5. เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป
  6. ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง
  7. สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง
  8. เจริญทรัพย์ เกียรติเฉลิมภพ
  9. จิ้งหรีดทอง ซีทรานเฟอร์รี่
  10. สิทธิศักดิ์ เช็งซิมอิ๊วยิม
By game010

มวยไทย

มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้ลักษณะนี้ สามารถพบเห็นได้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศกัมพูชาเรียกว่า ประดั่ญเซเรีย (Pradal Serey) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาวเรียก มวยลายลาว (มวยเสือลากหาง)

ปัจจุบัน ทางสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) มีแผนการณ์ที่จะผลักดันกีฬามวยไทยเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก[1][2]ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการผลักดันอย่างจริงจัง

ความหมายของคำว่า”มวย”

  1. อาจมีที่มาจาก คำว่า รำหมัดรำมวย ซึ่งเป็นชื่อเรียก การฝึกสมาธิเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสุขภาพ ของ ชนเผ่าไท โดยมีลักษณะเด่นที่ การเคลื่อนไหวซึ่งมี การหมุนม้วนข้อมือและหมัด(พันหมัดพันมือ) และ การเคลื่อนที่ ที่มีจังหวะและการหมุนวนไปมา ซึ่งเป็นคำปรากฏ เรียกกันมาแต่โบราณ ตั้งแต่ก่อนตั้งอาณาจักรสุโขทัย และต่อมาในยุคต้นกรุงศรีอยุธยา(ราวปี พ.ศ. 1900) ปรากฏคำว่า ปล้ำมวย (การประลอง หรือซ้อมมวยเพื่อทดสอบฝีมือ เช่นเดียวกับ การปล้ำไก่) ตีมวย (การแข่งขันชกมวยเพื่อการพนันเอาแพ้ชนะ เช่นเดียวกับ คำว่า ตีไก่) หรืออาจมาจากลักษณะการประกอบการม้วนเชือกหรือผ้า เพื่อใช้หุ้มฝ่ามือและท่อนแขน เพื่อใช้ป้องกันอันตรายขณะต่อสู้ หรืออาจเพิ่มอันตรายในการ ชก กระแทกฟาดโดยการผสม กับ กาวแป้ง และ ผงทราย คล้ายลักษณะของ มวยผม ของ ผู้หญิงที่นิยมไว้ผมยาว (เกล้ามวย) ได้แก่ หญิงไทย/ลาวโซ่ง/หญิงล้านนาในสมัยโบราณ หรือนักมวยจีน (มุ่นผม) ซึ่งนิยมถักเป็นเปีย แล้วม้วนพันรอบคอของตนซึ่งสามารถใช้ในการต่อสู้ในบางครั้ง
  2. หรือ มาจากคำภาษาบาลี ว่า “มัลละ” หมายถึง การปล้ำรัด มวยปล้ำของชาวอินเดีย

มีการต่อสู้ในลักษณะเดียวกับ มวย ของ ชาวไทย มุสลิมในท้องถิ่นทาง ภาคใต้ ตลอดจนแหลม มลายู เรียกว่า ซีละ หรือ ปัญจสีลัต มีผู้บัญญัติศัพท์ว่า “มวยไทยพาหุยุทธ์” โดยเปรียบว่า เป็นการต่อสู้แบบรวมเอา ศิลปะการต่อสู้ (Martial Art) ทุกแขนง โดยใช้อวัยวะทุกส่วนร่วมด้วยได้แก่ การใช้ ศีรษะ คาง เพื่อชน กระแทก โขก ยี ใช้ท่อนแขน ฝ่ามือ และกำปั้น จับ ล็อก บล็อก บัง เหวี่ยง ฟัด ฟาด ปิด ปัด ป้อง ฟาด ผลัก ยัน ดัน ทุบ ชก ไล่แขน ศอก เฉือน ถอง กระทุ้ง พุ่ง เสย งัด ทั้งทำลายจังหวะเมื่อเสียเปรียบและหาโอกาสเข้ากระทำเมื่อได้เปรียบ

ส่วนขา แข้ง เข่า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ปลายเท้า ใช้ในการบัง ถีบ เตะ แตะ เกี่ยว ตวัด ฉัด ช้อน ปัด กวาด ฟาด กระแทก ทำให้บอบช้ำและเสียหลักและใช้ลำตัวในการการทุ่มทับจับหัก (มีคณะนักมวยในอดีตคือ ค่าย ส.ยกฟัด ที่นิยมใช้กันมาก) การประกอบรวมแม่แบบชุดต่อสู้รวมเรียกว่า แม่ไม้ และลูกไม้ ตามเชิงมวย หรือกลมวย

ประวัติศาสตร์ของมวยไทย

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวยไทยเริ่มมีและใช้กันในการสงครามในสมัยก่อน ในปัจจุบันมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า “เลิศฤทธิ์” ซึ่งแตกต่างจากมวยไทยในปัจจุบันที่ใช้เป็นการกีฬา โดยมีการใช้นวมขึ้น เพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น มวยไทยยังคงได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย)

มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละสายตามท้องที่นั้น ๆ โดยมีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) มีคำกล่าวไว้ว่า “หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา”

การศึกษาศิลปะมวยไทย

มวยไทย

มีผู้กล่าวกันว่ามีตำนานเกี่ยวเนื่องกับพระนางจามเทวี ผู้สร้างเมืองลำพูน ว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 1200 มีพระฤๅษีนาม สุกกะทันตะฤๅษี ซึ่งเป็นสหายธรรม กับ ท่านสุเทวะฤๅษี เป็นพระอาจารย์ผู้สั่งสอน ธรรมวิทยา แล ศิลปศาสตร์ทั้งปวงอันควรแก่การศึกษาสำหรับขุนท้าวเจ้าพระยาทั้งหลาย โดยตั้งเป็นสำนักเรียนขึ้นที่ เขาสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี(ลวะปุระ หรือ ละโว้ ) ในสรรพวิทยาทั้งหลายนั้น ประกอบด้วยวิชชาอันควรแก่ ชายชาตรี ที่เรียกว่า มัยศาสตร์ (มายาศาสตร์ หรือบ้างเรียกว่า วิชาชาตรี) อันได้แก่ วิชามวย วิชาดาบ วิชาธนู วิชาบังคับช้าง ม้า ซึ่งเป็นการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญในการต่อสู้ป้องกันตัวและศึกสงคราม ในสมัยโบราณจะมี สำนักเรียน (สำนักเรียนมวย แตกต่างจาก ค่ายมวย คือ สำนักเรียนจะมีเจ้าสำนัก หรือ ครูมวย ซึ่งมีฝีมือและชื่อเสียงเป็นที่เคารพรู้จัก มีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดวิชาไม่ให้สูญหาย โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดให้เฉพาะศิษย์ที่มีความเหมาะสม ส่วน ค่ายมวย เป็นที่รวมของผู้ที่ชื่นชอบในการชกมวย มีจุดประสงค์ที่จะแลกเปลี่ยนวิชาความรู้เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน-ประลอง) โดยแยกเป็น สำนักหลวง และ สำนักราษฎร์ บ้างก็ฝึกเรียนร่วมกับเพลงดาบ กระบี่ กระบอง พลอง ทวน ง้าวและมีดหรือการต่อสู้อื่นๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวและใช้ในการสงคราม มีทั้งพระมหากษัตริย์และขุนนางแม่ทัพนายกองและชาวบ้านทั่วไป (ส่วนใหญ่เป็นชาย) และจะมีการแข่งขันต่อสู้-ประลองกันในงานวัด และงานเทศกาลโดยมีค่ายมวยและสำนักมวยต่างๆ ส่งนักมวยและครูมวยเข้าแข่งขันชิงรางวัล-เดิมพัน โดยยึดความเสมอภาค

บางครั้งจึงมีตำนานพระมหากษัตริย์หรือขุนนางที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ปลอมตน เข้าร่วมแข่งขันเพื่อทดสอบฝีมือที่เป็นที่ปรากฏได้แก่ พระเจ้าเสือ (ขุนหลวงสรศักดิ์) พระเจ้าตากสินมหาราช พระยาพิชัยดาบหัก ครูดอก แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ จนเมื่อไทยเสียกรุงแก่พม่า ปรากฏชื่อนายขนมต้ม ครูมวยชาวอยุธยา ซึ่งถูกกวาดต้อนเป็นเชลยศึกได้ชกมวยกับชาวพม่า ชนะหลายครั้งเป็นที่ปรากฏถึงความเก่งกาจเหี้ยมหาญของวิชามวยไทย ในสมัยอยุธยา ตอนปลายได้มีการจัดตั้งกรมทนายเลือกและกรมตำรวจหลวงขึ้นมีหน้าที่ในการให้ การคุ้มครองกษัตริย์และราชวงศ์ ได้มีการฝึกหัดวิชาการต่อสู้ทั้งมวยไทยและมวยปล้ำตามแบบอย่างแขกเปอร์เซีย (อิหร่าน) จึงมีครูมวยไทยและนักมวยที่มีฝีมือเข้ารับราชการจำนวนมากและได้แสดงฝีมือใน การต่อสู้ในราชสำนักและหน้าพระที่นั่งในงานเทศกาลต่างๆสืบต่อกันมาเป็นประจำ

กีฬามวยไทยได้รับความนิยมมากในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ยุคที่นับว่าเฟื่องฟูที่สุดคือ รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ศึกษาฝึกฝนการชกมวยไทยและโปรดให้จัดการแข่งขันชกมวยหน้าพระที่ นั่งโดยคัดเลือกนักมวยฝีมือดีจากภาคต่างๆ มาประลองแข่งขัน และพระราชทานแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ ทั้งยังโปรดให้กรมศึกษาธิการ บรรจุการสอนมวยไทยเป็นวิชาบังคับ ในโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำจนถึงสมัย รัชกาลที่ 6 ที่วังสวนกุหลาบ ทั้งการต่อสู้ประลองระหว่างนักมวย กับครูมวยชาวไทยด้วยกัน และการต่อสู้ระหว่างนักมวย กับครูมวยต่างชาติ ในการแข่งขันชกมวยในสมัยรัชกาลที่ 6 ระหว่างมวยเลี่ยะผะ (กังฟู) ชาวจีนโพ้นทะเล ชื่อนายจี่ฉ่าง กับ นายยัง หาญทะเล ศิษย์เอกของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีท่าจรดมวยแบบมวยโคราช ซึ่งเน้นการยืดตัวตั้งตระหง่านพร้อมที่จะรุกและรับโดยเน้นการใช้เท้าและหมัด เหวี่ยง และต่อมาได้เป็นแบบอย่างในการฝึกหัดมวยไทยในสถาบันพลศึกษาส่วนใหญ่ สมัย รัชกาลที่ 7 ในยุคแรกการแข่งขันมวยไทยใช้การพันมือด้วยเชือก จนกระทั่งนายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากท่าเสา จ.อุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ด้วยหมัดเหวี่ยงควายถึงแก่ความตาย จึงเปลี่ยนมาสวมนวมแทน ต่อมาเริ่มมีการกำหนดกติกาในการชก และมีเวทีมาตรฐานขึ้นแห่งแรกคือเวทีมวยลุมพินีและเวทีมวยราชดำเนินจัดแข่ง ขันมวยไทยมาจนปัจจุบันต่อมา พ.ศ. 2554 กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีมติให้กำหนดเอา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตั้งแต่ปี 2555 เป็น ” วันมวยไทย ” โดยถือเอา วันขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเสือ แต่มีผู้ศึกษาประวัติศาสตร์มวยไทย ให้ความเห็นว่ามวยไทย มีกำเนิดมาก่อนยุคสมัยพระเจ้าเสือนานมาก และหากจะยกให้คนที่มีฝีมือใน วิชามวยไทยและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ทั้งในแง่เกียรติประวัติและความสามารถ ควรยกย่อง พระยาพิชัยดาบหัก (นายทองดี ฟันขาว) มากที่สุด เพราะมีประวัติความเป็นมาชัดเจนในการศึกษาวิชามวยไทย สำหรับนายขนมต้ม ซึ่งเป็นครูมวยกรุงเก่าและถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ก็ถือว่าได้ใช้วิชามวยไทยแสดงให้ชาวต่างชาติเห็นได้น่ายกย่อง แต่ประวัติความเป็นมาของท่านไม่ชัดเจน แต่หากเห็นว่า ควรยกย่องพระมหากษัตริย์มากกว่าสามัญชน ก็น่าจะพิจารณา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งพระองค์ท่านมีชีวประวัติชัดเจนในความสามารถในวิชามวยและการต่อสู้หลาย แขนง ทั้งมีพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ด้วยการรวบรวม ครูมวย นักมวย ที่มีฝีมือจำนวนมากเป็นหลักในกองกำลังกอบกู้อิสรภาพต่อมา พ.ศ. 2554 กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีมติให้กำหนดเอา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตั้งแต่ปี 2555 เป็น ” วันมวยไทย ” โดยถือเอา วันขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเสือ แต่มีผู้ศึกษาประวัติศาสตร์มวยไทย ให้ความเห็นว่ามวยไทย มีกำเนิดมาก่อนยุคสมัยพระเจ้าเสือนานมาก และหากจะยกให้คนที่มีฝีมือใน วิชามวยไทยและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ทั้งในแง่เกียรติประวัติและความสามารถ ควรยกย่อง พระยาพิชัยดาบหัก (นายทองดี ฟันขาว) มากที่สุด เพราะมีประวัติความเป็นมาชัดเจนในการศึกษาวิชามวยไทย สำหรับนายขนมต้ม ซึ่งเป็นครูมวยกรุงเก่าและถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ก็ถือว่าได้ใช้วิชามวยไทยแสดงให้ชาวต่างชาติเห็นได้น่ายกย่อง แต่ประวัติความเป็นมาของท่านไม่ชัดเจน แต่หากเห็นว่า ควรยกย่องพระมหากษัตริย์มากกว่าสามัญชน ก็น่าจะพิจารณา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งพระองค์ท่านมีชีวประวัติชัดเจนในความสามารถในวิชามวยและการต่อสู้หลาย แขนง ทั้งมีพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ด้วยการรวบรวม ครูมวย นักมวย ที่มีฝีมือจำนวนมากเป็นหลักในกองกำลังกอบกู้อิสรภาพ

By game010